สร้างตัว สร้างตัว ด้วยลำแข้ง ของตัวเอง

บทควาดีๆ แนวคิดการสร้างตัว, เทคนิคการสร้างธุรกิจ ,แนวคิดการทำธุรกิจออนไลน์ บทความให้กำลังใจ ,การสู้ชีวิต , เทคนิคการหาเงินล้าน

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

อยากรวยไว ช่วงอายุ 20 ต้องเริ่มทำอะไร? "ไม่เริ่มอ่านในวันนี้และไม่เริ่มทดลองทำหลายๆอย่างในวันนี้ "คุณจะกลายเป็นคนอายุ 40 ที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน"

 


อยากรวยไว ช่วงอายุ 20 ต้องเริ่มทำอะไร?

ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จเร็ว อยากสร้างฐานะได้เร็ว อยากรวยเร็ว คุณจะต้อง

“บังคับตัวเองให้เป็นนักอ่าน” หากคุณ "ไม่เริ่มอ่านในวันนี้" คุณจะกลายเป็นคนอายุ 40 ที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะการอ่านหนังสือตามบทเรียนหรือหนังสือตำราเรียน จะไม่เหมือนหนังสือที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านหนังสือ

การอ่านหนังสือที่คุณสามารถหาอ่านได้ตามร้านหนังสือ เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นมาใหม่ตามกาลเวลาปัจจุบันความเป็นจริง ซึ่งหนังสือที่หาอ่านได้ในปัจจุบันเป็นหนังสือที่สดใหม่ ความรู้ใหม่ๆที่กลั่นออกมาจากนักเขียนเป็นประสบการณ์ที่นักเขียนได้สัมผัสและผ่านโลกความเป็นจริงแล้ว การอ่านหนังสือประเภทนี้ทำให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้ได้เร็วขึ้น

การอ่านหนังสือ ในช่วงที่คุณอยู่ในอายุ 20 ปี จะทำให้คุณค้นหาตัวตนของคุณเองได้เร็วขึ้น ช่วงเริ่มต้นคุณอาจจะเลือกอ่านหนังสือหลากหลายแนว เพื่อที่จะหาแนวทางที่ตัวเองชอบ 


ข้อดีของการเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่อายุ 20 ปี


1. การอ่านหนังสือจะช่วยให้คุณ เป็นคนละเอียด เข้าใจหลักการ และเป็นคนมีเหตุมีผล หนังสือแต่ละเล่มมักจะแฝงหลักการและเหตุผลในการอธิบายไว้เสมอ การอ่านหนังสือใน ช่วงอายุ 20 ปี จะช่วยให้คุณมีมุมมองที่กว้างขึ้น คุณจะเป็นคนเข้าใจโลก เข้าใจสังคม เข้าใจคนอื่น รวมถึงเข้าใจตัวเองด้วย 

2.การอ่านหนังสือใน ช่วงอายุ 20 ปี ทำให้คุณค้นพบตัวเองได้เร็วขึ้น หลังจากที่คุณอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ จนเห็นแนวทางที่ตัวเองชอบแล้ว คุณก็สามารถที่จะเริ่มลงรายละเอียดในสิ่งที่ชอบได้ อย่างเช่น..

คุณชอบที่จะเป็นเกษตรกร  คุณก็จะได้เริ่มศึกษาเรื่องการทำเกษตร หรือคุณชอบที่จะเทรดหุ้น คุณก็จะเริ่มอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการเทรดหุ้น หรือคุณชอบที่จะทำธุรกิจ ค้าขาย คุณก็จะได้มีโอกาสเร็วกว่าคนอื่นในการศึกษาในการทำธุรกิจ การทำตลาด การบริหารจัดการ

เมื่อคุณศึกษาอย่างละเอียด ลึกซึ้งแล้ว คุณจะเกิดความศรัทธาในตัวเอง แล้วคุณก็จะเริ่มลงมือทำ เมื่อคุณลงมือทำไปสักระยะหนึ่ง คุณก็จะเริ่มรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ  มันเหมาะกับตัวคุณจริงหรือเปล่า ทำให้คุณมีเวลาที่จะเปลี่ยนแนวทางไปทำสิ่งอื่นได้ ถ้าสิ่งที่คุณกำลังทำนั้น มันไม่เหมาะกับคุณ 

ฉะนั้นคน อายุ 20 ปี จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการค้นหาตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง 25 หรือ 30 ปี แล้วค่อยเริ่มทำ  เพราะโลกทุกวันนี้มันเร็วขึ้นทุกวัน คุณเริ่มก่อนคุณมีโอกาสก่อน  คุณสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี หรือก่อนหน้านี้ได้ยิ่งดี ……

บังคับตัวเองให้เป็น “นักอ่าน” ให้ได้ 


คุณต้องทำหลายๆอย่างตั้งแต่ตอนอายุ 20 ปี

คุณต้องออกไปเรียนรู้ฝึกทำงาน ทำหลายๆ อย่าง ทำในทุกๆ อย่างที่ตัวเองคิดอยากทำ เพราะว่าการทำหลายๆอย่างจะทำให้คุณได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าคุณได้ลงมือทำแล้วคุณมีความสุขกับอะไร คุณทำแล้วคุณอยากอยู่กับงานที่คุณทำหรือไม่ เพราะมันจะเป็นตัวตัดสินว่าสิ่งที่คุณทำนั้นมันใช่ตัวตนของคุณ

ในการทำหลายๆอย่างมีข้อจำกัดอยู่ที่ว่า คุณจะต้องค่อยๆ ทำอยู่บนพื้นฐานการศึกษามาก่อนล่วงหน้านั่นคือการอ่าน การศึกษาหาความรู้มาก่อน คุณจะต้องทำด้วยการใช้แรง ไม่ใช่ใช้ทุน หากคุณจะลงทุนเล่นหุ้นคุณควรฝึกจากบัญชีทดลอง หรือใช้เงินจริงในจำนวนที่น้อย 

หากคุณจะทำธุรกิจค้าขาย คุณควรจะฝึกเริ่มจากการไม่ใช้ทุน เพราะทุกอย่างในวันนี้เลือกหน่วยให้คุณทำธุรกิจและค้าขายได้สะดวกมากขึ้น 

ฝึกทำหลายๆอย่าง เลือกทำหลายๆอย่างก่อนอายุถึง 30 ปี แล้วเมื่อตอนถึงอายุ 30 ปีคุณจะเป็นวัยหนุ่มที่มีอาชีพเป็นของตัวเองและอาชีพนั้นก็เป็นอาชีพที่คุณรักมากด้วย


หากคุณ ..

"ไม่เริ่มอ่านในวันนี้และไม่เริ่มทดลองทำหลายๆอย่างในวันนี้  
"คุณจะกลายเป็นคนอายุ 40 ที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน"


วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2565

คนจะซื้อ...ซื้อเพราะคน



" แบบนี้ก็มีด้วย"

วันก่อน ผมออกไปทำธุระข้างนอก ขากลับเจอร้านขายแตงโม นึกอยากกินเลยแวะจอดลงไปซื้อ

"น้อง!! ..เอาแตงโม 2 ลูก"

...

"เออ!!..พี่ครับ แตงโมล๊อตนี้ไม่หวานนะ"

...

"เอ้า!!

แล้วคุณบอกผมทำไม?..แล้วผมจะซื้อไหมเนี้ย!! ..

"ผมก็ไม่ซื้อดิ"..แล้วผมก็กลับ

เดินออกมา ผมก็ไม่ได้คิดอะไร..

...

พอกลับถึงบ้าน ผมมานอนคิด..

เอ้ย!!..

"ถ้ามันบอกไม่หวานแบบนี้กับทุกคน..

แล้วมันจะขายให้ใครได้ว่ะ!!.. ..

แล้วผมก็นอนไม่หลับเพราะผมก็รู้สึกว่า..

"ผมได้เรียนรู้อะไรกับมันในเรื่องนี้"

...

แล้วเรื่องนี้มันบอกอะไรผม คุณรู้ป่ะ ...

มันบอกถึงไอ้น้องคนนี้ แมร่ง!! "โครตซื่อสัตย์"

ไอ้น้องคนนี้ ใจกว้างและจิตมันว่าง

มันเป็นความ "สวยงาม" ของคน

ที่หาเจอได้ยาก ในสภาวะการณ์แบบนี้

..

ผมเลยต้องกลับไปซื้อแตงโมน้องมัน

ทั้งๆที่รู้ว่า...."มันไม่อร่อย"

"เพราะสิ่งที่มันอร่อย ไม่ใช่ความหวานของแตงโม

...แต่เป็นความหวาน..จากตัวเขาต่างหาก"

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เรื่องเล่า: ผู้เฒ่าชาวนา


เรื่องเล่า: ผู้เฒ่าชาวนา

 เมื่อ 4-5 ปีก่อน ช่วงที่กระแสรักสุขภาพกำลังมา สวนผักอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยม คนเริ่มคืนถิ่น หากินในวิถีพอเพียง ช่วงนั้นผมได้มีโอกาศเห็นเรื่องราวที่คิดว่า ควรจะนำมาถ่ายทอด เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้คนที่แวะเวียนเขามาอ่านบ้างไม่มากก็น้อย


เรื่องมีอยู่ว่า: ที่นาแปลงหนึ่งของคุณยาย  ได้ประกาศหาคนมาเช่าทำนา เพราะนาแปลงนี้ปลูกข้าวไม่งามซักเท่าไร  ประกาศมานานหลายเดือนแต่ก็ไม่มีคนสนใจ

อยู่มาวันหนึ่ง มีลุงอายุวัย 60 ปี เป็นคนสุโขทัย มาขอทำโดยแบ่งข้าวให้แทนค่าเช่า คุณยายก็ตกลงรับคำ ในเงื่อนไข คนทำ 80/20 เจ้าของนา

เมื่อเริ่มทำ ผมสังเกตุการทำนาของลุงคนนี้ ช่างแปลกกว่าการทำนาทั่วไปแบบฉับบที่ผมเคยเห็นมา แกช่างมีความละเมียดละไม ในการทำนา ในการว่าน การปลูก ในทุกๆขั้นตอน 

และผลลัพย์ที่ได้ ก็ดีมากเสียด้วย จนคนละแวกนั้นต้องตะลึงงันไปเลยทีเดียว และทำอยู่อย่างนั้นรวมปี 

อยู่มาวันหนึ่ง 

หลานชายสุดรักของคุณยาย ที่ทำงานอยู่กรุงเทพ เดินทางกลับบ้านตามวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ได้มาเห็นนาข้าวที่ออกรวงสวยงาม รวมทั้งได้ยินเรื่องราวจากปากของยายตัวเอง เล่าให้ฟังถึงผลลัพย์ 
ที่ลุงคนนั้นทำได้ 

ก็เกิดความ อยาก ที่จะคิดทำเอง 
"เมื่อปลูกได้กำไรขนาดนี้ จะให้คนอื่นมาทำ ทำไม" 

สิ้นเสียงความคิดหลายชายสุดรักของคุณยายก็ตัดสินใจ ลาออกจากงานใน 2 เดือนต่อมา กลับมาทวงคืนผืนนาที่เป็นมรดกของตน แล้วลงมือทำเอง 





ลุงผู้ซึ่งถูกหลานชายคุณยายผลักไส ร้องขอความเห็นใจจากคุณยาย  จึงได้แปลงเล็กๆให้ทำจำนวน 5 ไร่

เมื่อเวลาผ่านไป ถึงวันเก็บเกี่ยว ข้าวของลุงผู้เฒ่าผู้ทำนามานาน เม็ดข้าวเต็มรวง สวยงามเต็มท้องนา 5 ไร่ 

ส่วนของหลานชายคุณยาย หญ้าขึ้นเต็มทุ่งนา หาข้าวแทบไม่เจอ ที่มีต้นข้าวก็ล้มจนเกิดความเสียหายนับสิบๆไร่

หลานชายคุณยายเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก เริ่มรู้สึกท้อแท้ และสุดท้ายก็ผ่ายแพ้กลับไปหางานทำเหมือนเดิม ส่วนคุณลุงก็ได้กลับมาทำนา แล้วแบ่งข้าวกับคุณยายตามปกติ
.........

ผมคนที่เห็นเหตุการณ์ จึงนั่งตกผลึกความคิดได้ว่า....ไม่ว่าจะมองมุมคุณลุง หรือ มุมหลายชายคุณยาย
ล้วนแต่น่าคิดทั้งนั้น 

"เพราะงานทุกงาน ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน แต่ทุกคนก็ควรได้ทดลองทำ ถึงแม้จะล้มเหลวในบางครั้ง แต่หากทำแล้วมีความสุข จงทำอย่างต่อเนื่อง แล้วมันจะดีเอง" 

  ขอให้ทุกคนสำเร็จในสิ่งที่กำลังทำ

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

#แรงบันดาลใจและคุณค่า


แรงบันดาลใจและคุณค่า


มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อสมัยผมอายุ 17 ปี ช่วงนั้นเป็นช่วงที่วงการดนตรีแนวร็อคในเมืองไทย กำลังโด่งดังยุคนั้นเป็นยุครุ่งเรืองของ เสกโลโซ แมวจิระศักดิ์ และอีกหลายๆคน ทำให้วัยรุ่นยุคผมหลงใหลการเล่นดนตรี และเข้าแข่งประกวดดนตรี ตามเวทีต่างๆ

ผมเองรวมตัวกับเพื่อนอีก 3 คน เราตั้งวงด้วยกัน เพื่อจะลงแข่งขันดนตรีระดับแผนกของวิทยาลัย จริงๆแล้วมันเป็นเพียงรายการเล็กๆ 

เหลือเวลาอีกแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้น..จะถึงรายการแข่งของเราผมและเพื่อนๆพยายามจับกลุ่มและซ้อมดนตรีกัน ตามมีตามเกิด…จนพวกผมเห็นว่า..มันคงเป็นเรื่องยาก ที่เราจะเล่นให้ได้ซักเพลง

เย็นวันนั้นผมและเพื่อนๆ ได้พากันไปนั่งฟังดนตรีในร้านอาหาร บรรยากาศชิวชิว และเป็นจังหวะที่ทำให้พวกเราได้พบนักดนตรี รุ่นใหญ่ท่านหนึ่ง อายุราว 40 ปีเห็นจะได้

ฝีไม้ลายมือ เข้าขั้นชั้นครู และเรามารู้ในภายหลังว่าอันที่จริง คืออาจารย์ตั้ม เอกดนตรีราชภัฏผมและเพื่อนๆเสนอฝากตัวเข้าเป็นลูกศิษย์ทันที … แต่แทนที่อาจารย์ตั้มจะสนใจ! แกกับทำหน้าตาเมินเฉย...และพูดประโยคหนึ่งออกมาว่า….

...”ตอนนี้พวกเอ็งมีเงินติดตัวมาคนละกี่บาท” ... 


พวกเรามองหน้ากันแบบ งงๆ แล้วนำเงินออกมากองรวมกัน นับแล้วได้ 1,800 บาท เป็นเงินจำนวนที่ถือว่าเยอะมากสำหรับเด็กอายุ 17 ปี 4 คนที่จะมีในตอนนั้น

แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...อาจารย์ตั้มได้รวบเงินทั้งหมดบนโต๊ะ-ของพวกผมไป และเรียกเด็กเสิร์ฟให้มาเช็คบิล เป็นจำนวนเงิน 400 บาท โดยใช้เงินของเราจ่าย

แล้วเก็บเงินที่เหลือเข้ากระเป๋า ...ก่อนอาจารย์ตั้มจะเดินออกไป...แกหันมาพูดว่า…

“พวกเอ็งจำไว้ !!...หากพี่สอนอะไรพวกเอ็งฟรีๆ พวกเอ็งจะไม่กลับไปฝึกซ้อม”

แต่เมื่อไรที่ ...พวกเอ็งได้จ่ายเงินซื้อมัน..พวกเอ็งจะกลับไปฝึกซ้อมกับมันอย่างจริงจัง 

”หากพวกเอ็งอยากจะเล่นดนตรีให้เป็นภายใน 3 อาทิตย์ พรุ่งนี้ ให้ไปพบพี่..ที่โรงเรียนสอนดนตรีสยามกลการ” 


อาจารย์ตั้มพูดถูกครับ…

หลังจากที่พวกผมโดนเคี่ยวเข็ญและซ้อมกันอย่างบ้างคลั่ง ภายใน 3 อาทิตย์ ผมและเพื่อนๆ สามารถเล่นเพลงสากลที่มีลูกโซโลท่อนกลางเทพๆ..อย่างเพลง cotton fields ได้

และสามารถเล่นเพลงที่กรรมการบังคับ.. อย่างเพลง รักคุณเท่าฟ้า-คาราบาว 

ที่โชว์เสียงขลุ่ยหวานหูได้ พวกผมคว้าแชมป์รายการแข่งของแผนกได้...ต่อด้วยการกวาดแชมป์ ระดับมหาลัยและอีกหลายๆรายการที่จัดขึ้นภายนอกสถาบันทั้งของภาครัฐและเอกชนในจังหวัดในจังหวัดที่ผมอยู่ 

ที่ผมเล่าเรื่องนี้ และทุกท่านได้สละเวลาอ่านมาถึงตรงนี้..เพื่อจะสื่อให้เห็นว่า…

....คุณจะไม่เห็นค่า...หากคุณได้อะไรมาฟรี!! เหมือนอย่างเช่นที่ อาจารย์ตั้ม ได้พูดกับผมไว้ในตอนนั้น

หากท่านไหนไม่เคยฟังเพลง ที่ผมใช้แข่งประกวดในตอนนั้น ดูที่นี้ได้ครับผมเอามาฝากน๊า

#รับบทความเสริมกำลังใจได้ที่นี่>> คลิก https://goo.gl/19AjVo


***************************************************************************************

หากท่านไหนไม่เคยฟังเพลง ที่ผมใช้แข่งประกวดในตอนนั้น ดูที่นี้ได้ครับผมเอามาฝากน๊า

https://www.youtube.com/watch?v=KjVsq-od8E0  รักคุณเท่าฟ้า-คาราบาว

.https://www.youtube.com/watch?v=K0ZlI3fCCgY เพลง cotton fields